ในปัจจุบันหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ไทยแลนด์ 4.0  กันอย่างหนาหู ด้วยการประชาสัมพันธ์จากภาครัฐและเอกชนที่มีมาอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในสนามสอบแข่งขันต่างๆ ซึ่งผมจะอธิบายคำจำกัดความดังกล่าวแบบสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้นะครับ

ยุคไทยแลนด์ 1.0 น่าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี  2504 ที่ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกขึ้น โดยเป็นยุคที่เน้นการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก
ยุคไทยแลนด์ 2.0 เป็นยุคที่มุ่งเน้นเรื่องอุตสาหกรรมเบา เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ
ยุคไทยแลนด์ 3.0 คือยุคที่มุ่งเน้นในเรื่องอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มีการเปิดนิคมอุตสาหกรรม มีการเชิญชวนต่างชาติให้เข้ามาลงทุน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานภายในประเทศอย่างมากมาย มีอุตสาหกรรมที่หลากหลายเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิคส์ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ประเทศไทยเป็นเพียงแค่ผู้รับจ้างทำเท่านั้น ไม่ได้มีการพัฒนานวัตกรรมเป็นของตนเอง
ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นยุคที่รัฐบาลผลักดันให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นเองโดยไม่ต้องพึ่งพาจากต่างชาติ โดยทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยกันระดมความคิดในการพัฒนาประเทศไทยให้เข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0”
          เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เมื่ออ่านจบแล้วคงพอมองภาพออกว่า ไทยแลนด์ 4.0 คืออะไร มีแนวทางการพัฒนาไปในทิศทางใด และผมหวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะสามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ในการสอบในหน่วยงานราชการต่างๆ ได้นะครับ

 

เรียบเรียงโดย  ครูดนตรีดอทคอม

ขอบคุณข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการ

          สำหรับเสาหลักการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้นต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสร้างพันธสัญญาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
อาเซียนได้กำหนดยุทธศาสตร์การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่สาคัญดังนี้

  1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
    2.การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
    3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน และ
    4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

โดยมีรายละเอียดแยกตามหัวข้อดังนี้

  1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
    การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยอาเซียนได้กำหนดกลไกและมาตรการใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว เร่งรัดการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสาคัญลำดับแรก อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคคล แรงงานฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกสถาบันในอาเซียน

การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน มี 5 องค์ประกอบหลัก คือ

(1) การเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี
(2) การเคลื่อนย้ายบริการเสรี
(3) การเคลื่อนย้ายการลงทุนเสรี
(4) การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีขึ้น
(5) การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี

          ทั้งนี้ อาเซียนได้กำหนด 12 สาขาอุตสาหกรรมสำคัญลำดับแรกอยู่ภายใต้ตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ได้แก่ เกษตร ประมง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ไม้ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ การขนส่งทำงอากาศ สุขภาพ e-ASEAN ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ รวมทั้งความร่วมมือในสาขาอาหาร เกษตรและป่าไม้
การเป็นตลาดสินค้าและบริการเดียวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยประเทศสมาชิกได้ร่วมกันดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของอาเซียน
ได้แก่ยกเลิกภาษีศุลกากรให้หมดไป ทยอยยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี ปรับประสานพิธีการด้านศุลกากรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนธุรกรรม เคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี นักลงทุนอาเซียนสามารถลงทุนได้อย่างเสรีในสาขาอุตสาหกรรมและบริการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนเปิดให้ เป็นต้น

  1. การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขัน
    เป้าหมายสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การสร้างภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีความเจริญรุ่งเรือง และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
    ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันมี 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) นโยบายการแข่งขัน (2) การคุ้มครองผู้บริโภค (3) สิทธิในทรัพย์สินทำงปัญญา (IPR) (4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (5) มาตรการด้านภาษี (6) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
    ประเทศสมาชิกอาเซียนมีข้อผูกพันที่จะนำกฎหมายและนโยบายการแข่งขันมาบังคับใช้ภายในประเทศ เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันและสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันของภาคธุรกิจที่เป็นธรรม นำไปสู่การเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคในระยะยาว
  2. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
    การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน มี 2 องค์ประกอบ คือ (1) การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) (2) ความริเริ่มในการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiatives for ASEAN Integration: IAI) ความริเริ่มดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องว่างการพัฒนา ทั้งในระดับ SME และเสริมสร้างการรวมกลุ่มของกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ให้สามารถดาเนินการตามพันธกรณีและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน รวมทั้งเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รับประโยชน์จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
  3. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
    อาเซียนอยู่ในท่ามกลำงสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อระหว่างกันและมีเครือข่ายกับโลกสูง โดยมีตลาดที่พึ่งพากันและอุตสหกรรมระดับโลก ดังนั้น เพื่อให้ภาคธุรกิจของอาเซียนสามารถแข่งขันได้ในตลาดระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีพลวัตรเพิ่มขึ้นและเป็นผู้ผลิตของโลก รวมทั้งทำให้ตลาดภายในยังคงรักษาความน่าดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อาเซียนจึงต้องมองออกไปนอกภูมิภาค
    อาเซียนบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยดำเนิน 2 มาตรการคือ (1) การจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) และความเป็นหุ้นส่วนทำงเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด (CEP)กับประเทศนอกอาเซียน (2) การมีส่วนร่วมในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก

 

ที่มา  www.thai-aec.com

ติดต่อครูดนตรีได้ตามข้อมูลด้านล่างนะครับ

ครูดนตรีดอทคอม  

เลขที่ 122/75 ม.5 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 

โทร.08-6336-5631 , 08-8147-7641

EMail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

krudontee.com
122/75 m.5 T.Bangkrang A.Maung Nontaburi 11000 

Tel.08-6336-5631 , 08-8147-7641

EMail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.