สวัสดีครับเพื่อน ๆ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ทำการกู้ยืมเงินกับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปีจะต้องชำระเงินคืนให้กับ กยศ. ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาชำระเงินคืนให้ตรงภายในกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับซึ่งต่อปีนั้นถือว่าค่อนข้างแพงพอสมควร 12-18% เลยนะครับ ในปีนี้ทาง กยศ. ได้แจ้งข่าวมาว่า มีผู้ที่กู้ยืมเงินเรียนจบและไม่ได้เรียนแล้วกว่า 3,000,000 คน ส่วนผู้ที่ยังไม่แจ้งขอชำระหนี้ก็มีมากพอสมควร

educationfund

ที่มาของภาพ : ธนาคารกรุงไทย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามในกรณีที่ผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระเงินคืนให้กับ กยศ.ได้ตามกำหนด ทาง กยศ.ก็มีเงื่อนไขที่สามารถผ่อนผันการชำระเงินได้ ผมจึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาแจ้งให้ทุกคนได้ลองศึกษาตามขั้นตอนดังนี้นะครับ

1.ขอแบบฟอร์มสำหรับผ่อนผัน กยศ.202 และ กยศ.203

2.ให้ผู้ใหญ่บ้านหรือข้าราชการตั้งแต่ ระดับ 5 ขึ้นไปเซ็นรับรองในเอกสาร

 

สำหรับคุณสมบัติของผู้ผ่อนผันจะต้องเป็นไปตามที่ กยศ.กำหนดไว้ดังนี้ครับ

1.ผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีรายได้ต่ำกว่า 4,700 บาทต่อเดือน

2.ประสบภัยพิบัติ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายอย่างรุนแรง

 

เงื่อนไขการอนุมัติการผ่อนผัน

1.หากประสบภัยพิบัติสามารถผ่อนผันได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น

2.ในกรณีที่ไม่มีรายได้และประสบภัยพิบัติด้วย จะผ่อนผันติดกันได้ไม่เกิน 2 ปี

3.ระยะเวลาชำระหนี้ทั้งหมดยังคงสภาพ 15 ปีเหมือนเดิม

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ เมื่อได้อ่านอย่างนี้แล้วในกรณีที่เรามีเหตุจำเป็นจริงๆ เราก็สามารถผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปก่อนได้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังอยากจะขอเชิญชวนให้เพื่อนๆ ช่วยกันชำระเงินคืนจะดีกว่านะครับ เพื่อให้น้องๆ ของพวกเราที่ยังศึกษาอยู่และขาดทุนการศึกษาได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายในการเล่าเรียนต่อไปครับ

 

เรียบเรียงโดย ครูดนตรีดอทคอม

 

ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ของทุกปี เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกหนึ่งวันคือ “วันอาสาฬหบูชา” โดยในปี 2560 นี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 กรกฏาคม หลายท่านคงเตรียมตัวที่จะไปทำบุญกันแล้วนะครับ วันนี้ผมจึงสรุปความเป็นมาของวันนี้มาฝากทุกๆ ท่านกันครับ
ความหมายของอาสาฬหบูชา
อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก "อาสาฬหปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ"
อาสาฬหบูชาประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ
อาสาฬห =  เดือน ๘ ทางจันทรคติ
บูชา = การบูชา
 
เหตุการณ์สำคัญในวันอาสาฬหบูชา คือ
1. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
2. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา
3. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรก คือการที่โกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์
4. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่โกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว
5. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวก คือโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า
buddha1
กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชา
ตักบาตร 
ทำบุญ บำเพ็ญกุศล
เวียนเทียน 
 
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทุกๆท่านคงได้ทราบความหมายและความสำคัญของวันอาสาฬหบูชาไปกันบ้างแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน อย่างไรก็ตามเราควรที่จะรักษาวัฒนธรรมไทย และพุทธศาสนาของเราให้อยู่คู่กับเราไปนานๆไปเสื่อมหายไปตามกาลและเวลานะครับ

พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 60 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดอัตราโทษสำหรับนายจ้างและแรงงานต่างด้าวไว้ค่อนข้างสูง ฉะนั้นนายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามข้อกำหนดว่าด้วยข้อตกลง MOU โดยประกอบด้วยแรงงานจากประเทศ พม่า ลาว และกัมพูชา แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายในประเทศไทยประกอบด้วย 2 ประเภทคือ

1.มีบัตรชมพู โดยบัตรชมพูออกให้ตั้งแต่ปี 57 เพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายขึ้นทะเบียนเข้าสู่ระบบของกรมแรงงานอย่างถูกต้อง มีอายุ 2 ปี และเปิดให้ต่ออายุแล้วในปี 59 ทุกใบจะหมดอายุ 31 มี.ค. 61ในระหว่างนี้นายจ้างหรือแรงงานต่างด้าวจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตเข้ามาทำงานตามข้อตกลง MOU ให้เรียบร้อย

ข้อควรระวังของบัตรชมพูคือ เนื่องจากบัตรชมพูมีการระบุสถานที่ทำงานไว้อย่างชัดเจน หากมีการย้ายหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานจะต้องแจ้งกรมการจัดหางานเพื่อออกหนังสือรับรองการย้ายสถานที่ทำงานด้วย

2.แรงงานที่มี Passport ประทับตราวีซ่าแรงงานในหนังสือเดินทางและใบอนุญาตการทำงานของแรงงาน พม่า ลาว และกัมพูชา อยู่ได้ 4 ปี โดยแรงงานประเภทนี้เป็นแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตรงตามข้อตกลง MOU

สำหรับการขอโควตาแรงงานต่างด้าวเพื่อให้ถูกต้องตามข้อตกลง MOU ประกอบด้วยขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

1.นายจ้างยื่นคำร้องที่แรงงานจังหวัด ว่าต้องการโควตาแรงงานต่างด้าวจำนวนกี่คน

2.นำใบโควตาที่ได้ยื่นกับ กรมแรงงานกรุงเทพฯ

3.กรมแรงงานทำเรื่องแจ้งไปที่ สถานทูตประเทศนั้นๆ

4.สถานทูตจะจัดหาแรงงานผ่าน เอเจนซี่ภายในประเทศ

5.เอเจนซี่ส่งรายชื่อมายังนายจ้าง นายจ้างจะต้องขอใบอนุญาตที่กรมแรงงานอีกครั้ง

6.เมื่อกรมแรงงานอนุมัติแล้วจะส่งรายชื่อแรงงานที่เอเจนซี่จัดหาให้ไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เพื่อให้ออก วีซ่าการทำงานให้ จากนั้นกรมแรงงานก็ยังต้องทำหนังสือแจ้งไปที่ตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจสอบชื่อแรงงานดังกล่าว หากตรงกันให้ประทับตรากำกับว่าเข้ามาทำงาน เมื่อแรงงานเข้ามาถึงไทยแล้ว จะต้องตรวจร่างกาย อบรม และสามารถทำงานตามปกติได้

อัตราโทษสำหรับนายจ้างและแรงงานมีดังนี้

  1. นายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ หรือ รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือรับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานกับตนเข้าทำงาน

มีโทษปรับตั้งแต่ 400,000 – 800,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คน

  1. นายจ้างใดให้คนต่างด้าวทำงานไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

มีโทษปรับไม่เกิน 400,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คน

  1. คนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน หรือทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. คนต่างด้าวที่ทำงานจำเป็นและเร่งด่วนแต่ไม่แจ้งนายทะเบียน

มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท

  1. คนต่างด้าวทำงานแตกต่างจากที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

  1. ผู้ใดยึดใบอนุญาตทำงาน หรือเอกสารสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ

มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 600,000-1,000,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คนหรือทั้งจำทั้งปรับ

  1. ผู้ใดประกอบธุรกิจนำคนต่างด้าวมาทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการจัดหางาน

มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย ครูดนตรีดอทคอม

วันเข้าพรรษา เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งในทางพุทธศาสนา คือการที่พระสงฆ์จะอยู่ที่ประจำจะไม่เที่ยวไปจาริกที่อื่น นอกจากพระสงฆ์จะมีกิจที่จำเป็นจริงๆ  ช่วงจำพรรษาจะอยู่ช่วงฤดูฝนคือแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกๆปีโดยในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฏาคม 2560
 
ในตลอดช่วง ๓ เดือนที่เข้าพรรษานั้น พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้มีอยู่ ๒ วันคือ “วันเข้าปุริมพรรษา” และ “วันเข้าปัจฉิมพรรษา”  และในช่วงเข้าพรรษาแล้วหากพระสงฆ์มีกิจจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปที่อื่น พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตแต่ต้องกลับมายังที่ที่จำพรรษาเดิมภายใน ๗ วัน และมีข้อจำกัดที่เรียกว่า สัตตาหกรณียะ  (สัตตาหกรณียะ คือ กิจที่พึงทำเป็นเหตุให้ภิกษุออกจากวัดไปพักแรมในที่อื่นในระหว่างพรรษาได้ไม่เกิน ๗ วัน ) ดังต่อไปนี้ คือ
๑. ไปเพื่อพยาบาลสหธรรมิกหรือมารดาบิดาผู้เจ็บไข้
๒. ไปเพื่อระงับสหธรรมิกที่กระสันจะสึก
๓. ไปเพื่อกิจสงฆ์ เช่น ไปหาทัพพะสัมภาระมาซ่อมวิหารที่ชำรุดลงในเวลานั้น
๔. ไปเพื่อบำรุงศรัทธาของทายกซึ่งส่งมานิมนต์เพื่อการบำเพ็ญกุศลของเขา และธุระอื่นจากนี้ที่เป็นกิจจะลักษณะอนุโลมตามนี้ได้
buddha2
พิธีทางศาสนา ได้แก่  
ประเพณีแห่เทียนพรรษา ในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบในปัจจุบัน พุทธศาสนิกจึงได้หล่อเทียนเพื่อให้พระสงฆ์นั้นใช้ในการทำวัตรสวดมนต์เช้ามืดและตอนพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรมต่างๆ เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ พุทธศาสนิกก็จะจัดขบวนแห่เทียนจำนำพรรษา ทั้งใส่คานหาบไปและลงเรือและมีการตีกลอง เป่าแตรสังข์ แห่ไป ครั้นถึงพระอารามแล้วก็ยกต้นเทียนนั้นเข้าไปถวายในพระอุโบสถ
 
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน เกิดขึ้นเมื่อสมัยพุทธการนั้น นางวิสาขานั้นได้ทูลของพระบรมพุทธา-นุญาตให้พระสงฆ์ ได้มีผ้าอาบน้ำสำหรับผลัดเปลี่ยนเวลาสรงน้ำฝนระหว่างฤดูฝน นางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระสงฆ์ ทำให้เมื่อถึงวันเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจึงนิยมนำผ้าอาบน้ำฝนไปถวายผ้าอาบน้ำฝนถวายพระสงฆ์ผู้จะจำพรรษา พร้อมกับอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ และสุดท้ายนี้อย่าลืมว่าปี 2560 นี้รัฐบาลประกาศหยุดชดเชยเพียงวันเดียวคือ วันจันทร์ที่ 10 กรกฏาคม เท่านั้นนะครับ
 
เรียบเรียงโดย ครูดนตรีดอทคอม
           

สวัสดีผู้อ่านทุกๆท่านนะคะ วันนี้เราจะมานำเสนอข่าวเกี่ยวกับ “วันภาษาไทย” ซึ่งทุกๆคนเคยรู้ไหมว่าวันภาษาไทยมีจุดประสงค์ และความเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

เนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นได้เสนอขอให้รัฐบาล ประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ เพราะได้มีความห่วงใยในปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยและได้เห็นคุณค่า ความสำคัญของภาษาไทย และเพื่อส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

thailanguage

เหตุผลที่เลือกวันดังกล่าวเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ เพราะตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" และได้มีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้นว่า

"เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้ สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่าย ๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่า ๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก"

วัตถุประสงค์ของวันภาษาไทยนั้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์และนักภาษาไทย  เพื่อให้คนไทยนั้นเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทยและช่วยกันทำนุบำรุงภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาของเราให้เป็นวัฒนธรรมล้ำค่า อยู่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยเรา และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อให้ความรู้ที่หลากหลายแก่เด็กและเยาวชนให้ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง

 

เรียบเรียงโดย ครูดนตรีดอทคอม