วันเข้าพรรษา เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งในทางพุทธศาสนา คือการที่พระสงฆ์จะอยู่ที่ประจำจะไม่เที่ยวไปจาริกที่อื่น นอกจากพระสงฆ์จะมีกิจที่จำเป็นจริงๆ  ช่วงจำพรรษาจะอยู่ช่วงฤดูฝนคือแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกๆปีโดยในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฏาคม 2560
 
ในตลอดช่วง ๓ เดือนที่เข้าพรรษานั้น พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้มีอยู่ ๒ วันคือ “วันเข้าปุริมพรรษา” และ “วันเข้าปัจฉิมพรรษา”  และในช่วงเข้าพรรษาแล้วหากพระสงฆ์มีกิจจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปที่อื่น พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตแต่ต้องกลับมายังที่ที่จำพรรษาเดิมภายใน ๗ วัน และมีข้อจำกัดที่เรียกว่า สัตตาหกรณียะ  (สัตตาหกรณียะ คือ กิจที่พึงทำเป็นเหตุให้ภิกษุออกจากวัดไปพักแรมในที่อื่นในระหว่างพรรษาได้ไม่เกิน ๗ วัน ) ดังต่อไปนี้ คือ
๑. ไปเพื่อพยาบาลสหธรรมิกหรือมารดาบิดาผู้เจ็บไข้
๒. ไปเพื่อระงับสหธรรมิกที่กระสันจะสึก
๓. ไปเพื่อกิจสงฆ์ เช่น ไปหาทัพพะสัมภาระมาซ่อมวิหารที่ชำรุดลงในเวลานั้น
๔. ไปเพื่อบำรุงศรัทธาของทายกซึ่งส่งมานิมนต์เพื่อการบำเพ็ญกุศลของเขา และธุระอื่นจากนี้ที่เป็นกิจจะลักษณะอนุโลมตามนี้ได้
buddha2
พิธีทางศาสนา ได้แก่  
ประเพณีแห่เทียนพรรษา ในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบในปัจจุบัน พุทธศาสนิกจึงได้หล่อเทียนเพื่อให้พระสงฆ์นั้นใช้ในการทำวัตรสวดมนต์เช้ามืดและตอนพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรมต่างๆ เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ พุทธศาสนิกก็จะจัดขบวนแห่เทียนจำนำพรรษา ทั้งใส่คานหาบไปและลงเรือและมีการตีกลอง เป่าแตรสังข์ แห่ไป ครั้นถึงพระอารามแล้วก็ยกต้นเทียนนั้นเข้าไปถวายในพระอุโบสถ
 
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน เกิดขึ้นเมื่อสมัยพุทธการนั้น นางวิสาขานั้นได้ทูลของพระบรมพุทธา-นุญาตให้พระสงฆ์ ได้มีผ้าอาบน้ำสำหรับผลัดเปลี่ยนเวลาสรงน้ำฝนระหว่างฤดูฝน นางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระสงฆ์ ทำให้เมื่อถึงวันเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจึงนิยมนำผ้าอาบน้ำฝนไปถวายผ้าอาบน้ำฝนถวายพระสงฆ์ผู้จะจำพรรษา พร้อมกับอาหารและเครื่องใช้ที่จำเป็นต่าง ๆ และสุดท้ายนี้อย่าลืมว่าปี 2560 นี้รัฐบาลประกาศหยุดชดเชยเพียงวันเดียวคือ วันจันทร์ที่ 10 กรกฏาคม เท่านั้นนะครับ
 
เรียบเรียงโดย ครูดนตรีดอทคอม